2005/Oct/12

ไม่ได้เข้ามาอัพบล็อกนานมาก เนื่องจากมีมรสุมเรื่องเรียนหลายอย่างรุมเร้า เด๋วมาอัพเป็นแต่เรื่องส่วนตัวก็จะไม่งาม เพราะไม่ค่อยมีเวลาคิดถึงกิจกรรมที่ต้องชอบเป็นการส่วนตัว นั้นก็คือการดูหนัง

จะว่าต้องไม่ไปดูก็เปล่าอ่ะ ไปดูอยู่เหมือนกันเรื่องล่าสุดดูเรื่อง The Myth นางเอกสวยอ่ะ ต้องชอบมากเลย ส่วนเนื้อเรื่องก็เรื่อยๆนะ สนุกสนานใช้ได้

การพรีเซนต์งานก็ผ่านไปด้วยดี แต่ต้องไม่ค่อยประทับใจเท่าไร เพราะการเตรียมตัวในการพูดของต้องมันไม่ค่อยดี ห่วยสุดขีด ช่างมันผ่านไปแล้ว เดินหน้าต่อไป

สู้สู้ สู้ตาย

2005/Sep/25

นี่เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งที่ถึงแม้จะเพิ่งเข้าโรง แต่ก็หาโรงชมยากนิดนึงเหมือนกัน ถ้าถามความเห็นส่วนตัวว่าทำไมหนังระดับรางวัล โรงที่จะเข้าฉายถึงน้อย ต้องคิดว่า หนังที่ยิ่งจะมีสิทธิ์รับรางวัลมาก ก็จะค่อนข้างเป็นหนังที่เข้าใจยาก เลยทำให้ทำรายได้ในไทยไม่ได้เยอะเท่าที่ควร นั้นเลยอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้มีโรงหนังรองรับน้อย มาดูเนื้อเรื่องคร่าวๆของหนังกันดีกว่า

ท่ามกลางยุคสมัยเศรษฐกิจตกต่ำ เมื่ออเมริกาที่กำลังตกอยู่ในภาวะหายนะทางเศรษฐกิจ ก็เกิดวีรบุรุษที่ทำให้ผู้คนลุกขึ้นเชียร์จนสุดใจ เมื่อเขาพิสูจน์ให้เห็นว่า ชายผู้หนึ่งจะต่อสู้เพื่อชัยชนะสุดแรงเกิดแค่ไหน เพื่อให้ได้โอกาสแก้ตัวเพ่อครอบครัวของเขาและตัวเขาเอง

วีรบุรุษคนธรรมดาผู้นั้นคือ เจมส์ เจ. แบรดด็อก หรือ จิม แบรดด็อก ที่เป็นตำนานแห่งวงการกีฬาที่สร้างความประหลาดใจและเป็นแรงบันดาลใจได้มากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ในช่วงต้นยุคทศวรรษที่ 30s จนได้รับฉายาว่า ซินเดอเรลลา แมน

อดีตนักมวยเจ้าสังเวียนผู้ยากจนข้นแค้นและหมดสภาพ แก่และอับโชคพอๆกับชาวอเมริกา ณ เวลานั้น แบรดด็อกก็เหมือนกันตกต่ำสุดๆ ตกงาน ไม่มีเงินมาจับจ่ายใช้สอย

ครอบครัวของเขา ซึ่งเป็นเพียงสิ่งเดียวที่มีความหมายต่อเขาก็ตกอยู่ในอันตราย จนต้องไปขอความช่วยเหลือประชาสงเคราะห์ แต่เขาก็ยังมุ่งมั่นที่จะสร้างฝันที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นจริงขึ้นมา ในการเดิมพันครั้งสุดท้ายที่จะช่วยเหลือครอบครัวเขา ทำให้เขาหวนสู่พื้นผ้าใบอีกครั้ง ไม่มีใครคิดว่าเขาจะชนะ แต่ก็กลับเอาชนะได้นัดแล้วนัเล่าภายในเวลาอันรวดเร็ว ชายธรรมดาคนหนึ่งที่ตกงานกลับกลายเป็นนักมวยมหัศจรรย์ผู้ไม่มีวันแพ้

แบรดด็อกแบกรับความหวังและความฝันของเหล่าผู้คนที่ฝันสลายไว้บนบ่า เริ่มไต่บันไดระดับชั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายเป็นม้านอกสายตาที่พลิกความคาดหมาย และทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาตัดสินใจขึ้นชกกับแชมเปี้ยนรุ่นเฮฟวี่เวทของโลก แม็กซ์ แบร์

หนังเรื่องนี้เป็นหนังดราม่าที่บีบคั้นความรู้สึกคนดูได้มาก ตอนจบของหนังก็เป็นในแนวทางบวก เพราะว่าหนังต้องการให้รู้สึกกำลังใจคนที่เค้าไปชม

2005/Sep/19

ช่วงนี้น้องหมาซูโม่ที่บ้านป่วยหนักมาก มันไม่กินข้าวมา3 อาทิตย์แล้ว เอาไปหาหมอที่ รพ. เกษตร ผลเอ็กซ์เรย์บอกว่า มันเป็นไตวายเรื้อรัง หัวใจ และปอดอักเสบ มันต้องไปหาหมอที่ รพ. ทุกวัน เนื่องจากตอนนี้ยังไงๆมันก็ไม่ยอมกินข้าว ต้มข้าวต้มเอาแต่น้ำให้มันกิน ต้มข้าวโอ๊ต โดยฉีดผ่านสลิ้งฉีดยา มันกินไป 2-3 หลอดเล็กๆมันก็อาเจียนออกมาหมด สงสารมันมากๆเลย ที่บ้านน้ำตาซึมกันเป็นแถบๆ เพราะมันต้องโดนให้น้ำเกลือและต่อท่อปัสสาวะ เนื่องจากมันไม่ค่อยยอมปัสสาวะ ให้น้ำเกลือจนตัวบวมกลมไปหมดแล้ว ต้องๆผลัดเวรเฝ้ากับมาม้า เนื่องจากมันเป็นน้องหมายากนักที่มันจะทำขาที่โดนต่อน้ำเกลืออยู่เฉยๆ เลยคอยระวังเรื่องน้ำเกลือกันตลอดเวลา

มาวันนี้ดูอาการมันหนักมาก ถ่ายและปัสสาวะเป็นเลือด ถามหมอว่า ถ้ามันจะตายก็ไม่อยากทรมานมันโดยต่อสายน้ำเกลือกับท่อปัสสาวะระโยงระยางมันแบบนี้ แต่หมอบอกว่า นี่เป็นอาการปกติ ไตมันมีปัญหาขับของเสียออกมาไม่ได้ ก็จะมีอาการแบบนี้ ต้องกะมาม้าก็ได้แต่เชื่อ แต่เห็นมันทรมานเหลือเกิน หายใจขัดๆ มาม้าก็ร้องไห้บอกมันว่า ถ้ามันทรมาน ก็ขอให้ลูกไปสบายๆนะ

นับจากวันแรกที่ได้ซูโม่มาเป็นน้องหมาประจำตระกูล มันเป็นหมาขนดำสนิทและอ้วนกลม นั่งทีกลิ้งเป็นลูกขนุน เราเลยตัดสินใจให้มันชื่อ "ซูโม่" ตอนเล็กๆมันจะตามต้องมากและอยู่ตัวเดียวไม่ได้ จะร้องหงุงหงิงและเดินตามตลอดเวลา

เพื่อนที่อยู่ในกลุ่มมันจะมี ชินจังและโยโกะ ซูโม่จะอันธพาลและขี้อิจฉามาก และพยายามทำตัวเป็นผู้นำในหมู่หมา 3 ตัวตลอด เพราะมันจะถือว่าตัวเองตัวใหญ่ที่สุด ซึ่งจริงๆแล้วมันสู้โยโกะไม่ได้หรอก แต่โยโกะรำคาญไม่อยากยุ่งด้วยต่างหาก คริคริ

มันจะร่าเริงทุกครั้งที่มีคนไปเล่นด้วยกับมัน ร่าเริงจนเกินงามไปซะด้วยในความคิดของต้อง เนื่องจากมันเป็นหมาอ้วน มันจะชอบวิ่งและกระโจนใส่ต้องเสมอ ถ้าต้องไม่ได้ตั้งรับมันอย่างทันท่วงที ก็ต้องมีอันก้นจ้ำเบ้าลงไปนั่งกับพื้น เวลาที่กินอะไร มันก็ไม่วายจะขอมีส่วนร่วมทุกครั้ง ถ้าทำเป็นไม่สนใจมัน ก็เตรียมรับมือกับเล็บของมันที่จะมาคอยสะกิดสะเกาให้น่องงามๆของต้องมีริ้วรอยอยู่ร่ำไป

สมาชิกน้องหมาประจำตระกูลทั้ง 11 ตัวคงใกล้จะถึงเวลาเหลือแค่ 10 ตัวแล้วสินะ ซูโม่! ตลอดเวลา 8 ปีที่เราอยู่ด้วยกันมา ถึงแม้ต้องจะหมั่นไส้ในความดื้อของเธอมาก แต่ต้องก็รักเธอนะ ไม่อยากให้ทรมานแบบนี้เลย ต่อสู้กับโรคร้ายอย่างเข้มแข็ง แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ขอให้เธอไปอย่างสงบนะ T^T